All posts filed under: Uncategorized

[Everyday is honeymoon day] Basic Space Coffee พื้นที่เล็กๆ ของพลเมือง hygge บนแผ่นดินกรุงเก่า อยุธยา

เวลาคนพูดถึง อยุธยา…. ถ้าไม่นึกถึงการ “ไหว้พระ 9 วัด” คนก็มักก็นึกถึง การกินกุ้งแม่น้ำเผา หรือ หาก๋วยเตี๋ยวเรือ หาอาหารอร่อยๆ ทานกัน แต่ใน 2-3 ปีให้หลังมา…. กรุงเก่า ที่ใกล้กรุงเทพฯ แห่งนี้ อุดมไปด้วยพื้นที่เล็กๆ ที่จัดสรรไว้ให้คนรักการจิบกาแฟ ที่เน้นการตกแต่งร้านไปทาง อาร์ทนิดๆ มินิมอลหน่อยๆ และนี่ คือ พื้นที่ที่เราค้นพบ และหลงรักมัน ” Basic Space Coffee” ร้านกาแฟขนาดกะทัดรัด ที่ไม่ใช่มีดีแค่เพียงการตกแต่งร้าน แต่รสชาติกาแฟที่นี่ดีเยี่ยม มีอัตลักษณ์ มีสไตล์ของกาแฟที่โดดเด่น  จนทำให้ใครหลายต่อหลายคน ต่างต้องตามรอยคนรู้จักกันมาลองด้วยตัวเองสักครั้ง สำหรับเมนูที่เราอยากจะแนะนำ คือ เมนูกาแฟ หรือชาวเขียว ที่ไม่ใส่น้ำตาล แต่อาศัยความหวานจาก น้ำมะพร้าว ที่เฉาะใส่กันสดๆ แต่ก็ลงตัวเข้ากัน ผมว่า เป็น signature ที่ไม่เหมือนใคร และทำให้ชาเขียวและกาแฟที่นี่ พิเศษกว่าที่อื่น มากๆ ครับ ส่วนเมนูทีเด็ด ที่กระชากใจเรามากๆ คือ ” Sunshine Latte”  คือเป็นลาเต้ ที่ใส่ hazelnut syrup แล้วใส่เปลือกส้มลงไป กลิ่นแบบดีมากครับ มันให้ความรู้สึกแบบ Tropical หน่อยๆนะ แต่มันสดชื่นมาก ชอบมากครับ แก้วนี้ ผมแนะนำเลย ต้องลอง ใครสาย Hygge สายร้านกาแฟ ลองมา อยุธยา อีกครั้ง แล้วขับรถไปเรื่อยๆ ร้านกาแฟน่ารักๆ และกาแฟอร่อยๆ มันมีอยู่จริงนะ บนแผ่นดินกรุงเก่าแห่งนี้ ไปตามรอยได้จากแผนที่ นี้เลย 

Hookrajoong Cafe : หูกระจงควรปลูกไว้ ใกล้ๆ เธอ

เรามีเวลาไม่มากนัก แต่อยากจะหาที่นั่งรอเวลา แถวๆ ย่านพระราม 3 ใจก็ไปสะดุดกับ ภาพใน instragram เพื่อนคนหนึ่ง มันเลยกลายเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ในการขับรถต้วมเตี้ยม มาใช้เวลาช่วงสั้นๆ ณ คาเฟ่ แห่งนี้ ความรู้สึกมันได้ความอบอุ่นเหมือนบ้าน โปร่งๆ โล่งๆ แต่ตัวอาคารที่พันไปด้วยพันธุ์ไม้เลื้อย ก็สะกดเราไว้ได้ที่เดียว เราสั่ง Autumn Coffee มาลองทาน เราว่ารสชาติดีทีเดียว ชอบตอนที่ชาไทยที่เอาไปแช่เป็นเกล็ดน้ำแข็งรูปใบไม้ละลาย แล้วเอาช้อนตักกิน เป็นไอศรีม  มันได้ความรู้สึก ที่ฟิน อย่างบอกไม่ถูก มีเวลาอยู่ที่นี้น้อยจริงๆ ถ่ายรูปก็ไม่เยอะมาก แต่บรรยากาศดี ร้านสวย ถ้ามีเวลาว่าจะไปนั่ง ทอดอารมณ์ หยิบหนังสือ หยิบงานไปทำซักหน่อย พิกัดร้าน Hookrajong Cafe หูกระจงคาเฟ่  มาตามลายแทงด้านล่างเลยครับ ขอบคุณภาพแผนที่ จากทางเฟสบุ๊ค ร้านนะครับ >>> https://th-th.facebook.com/hookrajongcafe/

[Everyday is Honeymoon day] Present : 1 Of Å Kind ร้านอร่อย บรรยากาศดี๊ดี ย่านพระราม 9

ได้ยินชื่อเสียงมานาน แต่เหมือนขับรถเฉี่ยวไป เฉี่ยวมา ไม่ได้เจอกันสักที จนกระทั่งได้มีโอกาสไปรับเพื่อนที่กลับมาจากต่างประเทศ และเห็นว่ามันก็ไม่ได้ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิมาก ก็เลยกะว่า ยังไงวันนี้ต้อง โดนให้ได้  1 Of Å Kind  ร้านอาหารสไตล์สแกนดิเนเวี่ยน ย่านพระราม 9 ร้านนี้นอกจากขายอาหารแล้ว ยังขายเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ ด้วยนะครับ ใครชอบตกแต่งบ้านก็แวะเวียนไปได้ ภายในและนอกร้านตกแต่งง่ายๆ สบายๆ แต่ดูร่มรื่น และเก๋ไปในคราวเดียวกัน มุมถ่ายรูปในเยอะแยะไปหมดเลยครับ    คราวนี้มาถึงอาหารกันบ้างดีกว่า ต่อให้ร้านสวย แต่ถ้าอาหารไม่อร่อย ผมก็ขอบายเหมือนกัน แต่สำหรับร้านนี้แล้ว สวยทั้งรูป รสชาติก็อร่อย  ไปดูกันดีกว่า เราสั่งอะไรมาทานบ้าง 1.สปาเกตตี้ต้มยำกุ้ง  อันนี้ขอให้ไป 10 ดาวเลยครับ รสชาติถึงมาก อร่อยมาก กุ้งลายเสือให้มาตัวโตๆ ตามภาพเลยครับ เส้นสปาเกตตี้เหนียวนุ่มอร่อย คือ คราวหน้ามาอีก ก็จะสั่งเมนูนี้อีกแน่นอน ยังเพ้อถึงอยุ่เลยตอนนี้ 2. พาสต้าหมึกดำ อันนี้ ก็งานดีมากครับ หมึกดำที่คลุกเคล้าเส้นพาสต้า รสชาติอร่อยเข้มข้น มีอาหารทะเลใส่มาไม่ยั่งครับ ในรูปมันอาจจะโดนสีดำกลบหมด แต่มาทั้งกุ้ง หอย ปลาหมึก แน่นจากเลยครับ 3. จำชื่อเมนูไม่ได้ครับ แต่เป็นอะโวคาโด้  อันนี้สั่งไป 2 รอบ คืออร่อยจริงๆ 4. Calamari ที่มันเท่ ก็คือ มันไม่หั่นออกมาเป็นชิ้นๆ เหมือนที่อื่น แต่เลือกทอดแบบยังไม่ขาด ก็ได้รูปลักษณ์ที่เป้นเอกลักษณ์ดีครับ แต่ทอดได้อร่อยมาก หอมมาก ชอบมากครับ   5. Hot Pig  เมนูนี้อร่อยนะครับ แต่ค่อนข้างเผ็ดนิดนึง เคยดูรีวิวจะเสริฟมาพร้อมแก้ว ที่ดูเหมือนทำหก แอบผิดหวังที่คราวนี้ไม่มี แต่รสชาติโอเคเลยครับ  6. ลาซานญ่า สั่งขนมปังกระเทียมมาเพิ่ม  อันนี้รู้สึกดีมาก ชอบมากกกกกกกกกกก รองลงมาแค่สปาเกตตี้ต้มยำกุ้งเท่านั้นเอง คือเป็นลาซานญ่าที่อร่อยมาก กินเข้ากับ ชิพทอดกรอบ ทีนี้เราว่า ถ้าทานคู่กับขนมปังกระเทียม ก็น่าจะเด็ด นี่สั่งมากินเล่นๆไม่คาดหวัง ปรากฎว่า ขนมปังกระเทียมอร่อยเว่อร์ครับ สั่งเพิ่มอีกจานเลย แบบดีงาม จริงๆ แต่ราคาอาจจะแรงไปสักนิดครับ ใครจะสั่งขนมปังกระเทียม ดูราคาก่อน แต่สำหรับเรา ก็อร่อยมากๆ จริงๆ ครับ แต่ราคาแรงปหน่อย สั่งมาไม่ได้สนใจราคา 55555 …………………………………… โดยรวมแล้ว อาหารอร่อยมากครับ บรรยากาศก็ดี รับรองว่าคราวหน้าต้องมาทานอีกแน่ๆครับ  ใครมาช่วงค่ำๆ เย็นๆ โทรจองโต๊ะจะดีกว่า เพราะคนเยอะมากเลย ลองดูรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/1ofakindstyle/ แผนที่ก็ด้านล่างนี้เลยนะครับ 

[Everyday is honeymoon day X เที่ยวญี่ปุ่นดอทคอม] Present : แดดอ่อนๆ ในฤดูร้อนตอนนั้น ที่คันไซ

ถ้าเปรียบฤดูกาล เป็นเหมือนความสัมพันธ์ของมนุษย์ ฤดูร้อน สำหรับเรา ก็คงเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ที่ปีๆ นึง เจอกันบ่อยมากกกก  สุข ทุกข์  เหงา เศร้า แดดก็อยู่เคียงข้างเราอยู่เสมอ การที่ประเทศไทยของเราผูกพันกับแดดและฤดูร้อนแบบนี้ มันจึงทำให้ ฤดูหนาว หิมะ หรืออากาศเย็นๆ เปรียบเสมือนความสัมพันธ์แบบคนแอบรัก ถ้ามีโอกาสสักครั้ง ใครๆก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศเย็นๆ ให้หัวใจได้ชุ่มชื่นซักครั้ง ยิ่งพอพูดถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทุกคนแทบจะเทใจไปที่ สีขาวแห่งหิมะในฤดูหนาว สีชมพูของดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือสีแดง สีเหลือง สีส้ม ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแห่งฤดูใบไม้ร่วง สีเขียวๆสดๆ ของฤดูร้อนในญี่ปุ่น จึงไม่ค่อยโด่งดังมากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับช่วงเหล่านั้น ********************************************************* แล้วมันก็เหมือนโชคชะตานำพา หรือ ผีผลักก็ตามที แอดมินเอไปเล่นเกมส์กับทาง เพจ “เที่ยวญี่ปุ่นดอทคอม”  แล้วจะด้วยดวงหรือความสามารถที่มีอยู่บ้าง (ขอคุยอวยตัวเองนิดนึง 55) เลยได้รางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินจากทาง ” ThaiAirAsiaX “  ดอนเมือง-โอซาก้า มา 1 ใบ ได้ไปเที่ยวภูมภาคคันไซ ในช่วงฤดูร้อน (เดินทางก่อน 30 ก.ย.60) ซึ่งในช่วงฤดู Lite Season แบบนี้ทาง ThaiAirAsiaX  ก็จะจัดโปรโมชั่นราคาถูกในทุกๆปี แอดมินเอ เลยสอยตั๋วเครื่องบินให้แอดมินแพร ติดตามไปเที่ยวครั้งนี้ด้วย ในราคาแค่ 6XXX บาทเท่านั้นเอง ใครชอบไปเที่ยวราคาประหยัด ก็คอยจับตาดูตั๋วเครื่องบินราคาถูกๆ ได้ครับที่ >>>  AirAsia ********************************************************* ด้วยความที่เราสองคน ก็เคยไปญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับภูมิภาคคันไซ และฤดูร้อนๆ แบบนี้ ก็ดูจะเป็นอะไรที่ให่สำหรับเราสองคนมากๆ เลยคิดกันว่า ครั้งนี้ อยากจะลองใส่ชุดยูกาตะ เที่ยวในเมืองเก่าอย่าง เกียวโต  เลยวางแผนอยู่เกียวโตกันนานสุด และก็หอบชุดยูกาตะและพร้อบต่างๆ ไปจากเมืองไทยเลย เพื่อความประหยัด   เมื่อใจพร้อม กายพร้อม (ตังค์อาจไม่ค่อยพร้อมบ้าง 555) แต่ก็ได้เวลาเดินทางกันแล้วครับผม  ********************************************************** เที่ยวบิน ดอนเมือง-โอซาก้า ของ ThaiAirAsiaX ออกเดินทางเวลา 14.15 ถึงสนามบินคันไซ ก็ราว 22.00  เราทำการ Check in มาจากบ้านแล้ว ก็ไปเข้าช่อง โหลดกระเป๋าเลย แถวก็จะสั้นๆ หน่อย อิอิ ผ่านด่าน ตม. เข้าไป เดินช้อปของที่ดิวตี้ฟรี นิดๆหน่อยๆ และไปนั่งรอในเลาจน์เปิดใหม่ของ คิงพาวเวอร์ ก็กินขนม รอเวลาขึ้นเครื่องกันไป (เรามีรีวิวแยกต่างหากของการใช้เลาจน์คิงพาวเวอร์ที่ดอนเมือง นะจ้ะ) ตามไปที่ >>>>  King Power Lounge                                    กินขนมรองท้องจนอิ่ม ก็มานั่งถ่ายรูปชิคๆ รอ แถวๆ Gate และแล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่องครับ เราจองที่นั่งโซนเงียบ เพราะอยากจะได้บรรยากาศสงบๆ จริงๆ  จะได้งีบเอาแรงสักหน่อย เพราะว่ก่อนจะเดินทางมา เราทำงานกันหนักหน่วง ไม่เวลาเก็บกระเป๋าเลย กว่าจะได้นอนก็ดึก เลยต้องเก็บแรง ไม่งั้นไม่ไหว    เราไม่ได้ทานอาหารกลางวันกันมา มีแค่ขนมรองท้องจากเลาจน์ เพราะเราสั่งอาหารล่วงหน้ามาทานบนเครื่องแล้ว แถมวันนี้เรามีเมนูในใจที่อยากจะกินมาก คือ เครปมะม่วง เมนูในตำนานของแอร์เอเชียในช่วงนี้ครับ แนะนำให้ลอง อร่อยจริงๆ กินอิ่ม เราก็นอนหลับกันยาวเลยครับ …

Nara : การเดินทาง : น้องกวาง : และสองเรา

นารา สำหรับเรา คือ เกือบจะไม่ได้รู้จักกัน ตั้งแต่เราเริ่มวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นรอบล่าสุดด้วยซ้ำ ถามใคร ใครก็บอกว่าตัดทิ้งเหอะ มันไม่มีอะไรเลยนะ ไปก็เสียเวลาเปล่า อาจเพราะเชื่อคนง่าย เลยตัดสินใจ ตัด นารา ทิ้งไป แบบไม่ได้ให้โอกาสมัน อุทธรณ์ ฎีกา เลย แต่ด้วยเราวางแผนการเที่ยวไว้หลวมๆ วันหลังๆ นี่เอาแต่ใจสุดๆ อยากไปไหนก็ไป ไปครบไม่ครบตามแผน ก็แล้วแต่หน้างาน เราก็ดันมา ปิ๊งไอเดียวันสุดท้ายแล้ว ว่าไหนๆ ก็มาแถบคันไซ แล้ว ก็ควรจะไปทำความรู้จักกับ นารา สักนิด อย่างน้อยก็ไปยิ้มให้กัน ไม่ต้องสนิทกันมากก็ได้ ถ้าใจเราไม่โอเค และด้วยอภินิหาร Kansai Thru Pass ที่มีอยู่ในมือ เราจะนั่งรถไฟสาย hanshin -namba line มา นารา ก็ได้ แต่เราเลือกมากับรถไฟ JR เพราะมีเงินในบัตร ICACO เหลือ ก็จะมาลงที่สถานี Nara Station ซึ่งจะเร็วกว่า hanshin -namba line อยู่พอสมควรครับ ทีนี้การเที่ยวในนารา นอกจากเดินแล้ว ก็แนะนำให้นั่งรถบัส ครับ ***ซึ่งใช้ Kansai Thru Pass ไม่ได้  ต้องจ่ายเพิ่มเอา เราไม่ค่อยมีเวลามาก เพราะมีแผนต้องไปต่อ แถมอากาศก็ร้อนมากๆ อยู่เหมือนกัน แต่พอเจอความน่ารักของน้องกวางเท่านั้นแหล่ะ เราอยู่กันนานหลายชั่วโมงเลยครับ กวางทีนี้ มันจะเฮี้ยน หน่อยๆ อย่าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความน่ารักนะครับ เพราะแค่คุณมีขนมให้มัน มันก็จะเข้าหาคุณ แต่ถ้าไม่มี น้องกวาง ก็จะเล่นตัวอยุ่นะ แต่แววตามันก็ดูซื่อๆ ทุกตัวนะ บางตัวก็เล็มหญ้าแบบไม่สนใจใคร บางตัวก็เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว บางตัวก็จะหยิ่งๆ หน่อย  น่ารักแตกต่างกันไปแหล่ะ เราสองคนก็เดินถ่ายรูปและเล่นกับน้องกวางกันจนเพลิน ลืมเวลา ลืมว่าอากาศมันร้อนไปเลยครับ   สถานที่ที่ น้องกวาง อยู่กันหนาแน่นแบบนี้นะครับ เขาเรียกว่า Nara Park หรือเขาสวนกวาง เห้ยยย ไม่ช่ายสิ  สวนน้องกวาง แล่ะกัน นั่งรถบัสมาไม่กี่ป้ายครับ เห็นคนลงเยอะๆ หรือเริ่มเห็นสวนที่มีน้องกวางและนักท่องเที่ยวมากมาย ก็ลงได้เลยครับ  น้องกวางแต่ละตัว มันน่ารัก ขี้เล่น และบางทีก็ทำตัวซึนๆ น่ารัก น่าหมันเขี้ยวจริงๆ  คือมีความรู้สึกว่า คิดไม่ผิดนะ ที่ได้มาความรู้จักกับ นารา  ขนาดเรามาช่วงที่ไม่ได้พีคมาก แบบฤดูใบไม้เปลี่ยนสี  เรายังรู้สึกชอบ รู้สึกประทับใจ อย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสมาอีก ก็คงเลือกมาช่วงอื่นๆบ้าง จะได้เห็นมุมมอง ความสวยงาม ที่ต่างออกไป จนกว่าฟ้าจะมีเวลาให้เราได้พบกันใหม่ จะคิดถึงน้องกวาง คิดถึงนารา ส่วนเพื่อนๆ ที่ไปฟังคนอื่นพูดมา ว่านารา ไม่ม่อะไร ลองเปิดใจนะครับ ลองคิดใหม่ ถ้าคุณพอมีเวลาสักครึ่งวัน และมาเที่ยวแถบ คันไซ ครั้งแรกๆ อยากให้คุณได้มา นารา ครับ แล้วจะทำให้คุณรู้สึกกับ เมืองนี้ไม่เหมือนที่คิดไว้แน่นอน Story & Photo by Everyday is Honeymoon day